สธ.เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกระลอกใหม่ "ศรีสะเกษ-มุกดาหาร" กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้ว
ไฟไหม้คฤหาสน์หรูเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน
ครูสาวกรี๊ดโรคจิตส่งเซ็กส์ทอยให้ แกะในห้องเรียนถึงกับผงะ
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 92 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 64 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 14 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ส่งผลให้การติดเชื้อระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 - 18 มีนาคม 2564 มีผู้รักษาหายสะสม 22,200 ราย ยังอยู่ระหว่างการรักษา 1,028 ราย และเสียชีวิตสะสม 29 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นชายไทยอายุ 65 ปี มีโรคประจำตัว คือ มะเร็งโคนลิ้นและมะเร็งปอดระยะที่ 4 วันที่ 15 มีนาคม 2564 เข้ารักษาด้วยอาการไข้สูง หายใจเหนื่อย อาการแย่ลง และเสียชีวิต ทั้งนี้ การติดเชื้อในประเทศวันนี้จำนวน 78 ราย กระจายใน 11 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร นครปฐม เพชรบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ราชบุรี สมุทรปราการ และมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดในภาคกลางที่พบการติดเชื้อส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงจากคลัสเตอร์ตลาดย่านบางแค สำหรับสถานการณ์ของกรุงเทพมหานครวันนี้รายงานผู้ติดเชื้อ 21 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 20 ราย และการค้นหาเชิงรุกตลาดย่านบางแค 1 ราย ส่วนกรณีการติดเชื้อภายในสถานกักกันตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบางเขน ไม่มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มเติม ยังคงที่อยู่ที่ 68 ราย สำหรับการปฏิบัติตัวของประชาชนเพื่อป้องกันโรค ขอให้คงมาตรการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก และล้างมือ
นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดที่ไม่เคยพบผู้ติดเชื้อในระลอกใหม่มาก่อน พบการติดเชื้อรายแรกใน 2 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ เป็นแม่ค้าขายผักอายุ 49 ปีจากตลาดย่านบางแค มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย และสัมผัสเสี่ยงต่ำ 5 ราย และมุกดาหาร เป็นหญิงไทยอายุ 52 ปี เดินทางกลับมาจากบางบอนและบางขุนเทียน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 17 ราย เก็บสิ่งส่งตรวจทุกราย ทราบผลแล้ว 1 ราย ไม่พบเชื้อ ส่วนอีก 16 ราย อยู่ระหว่างรอผลทางห้องปฏิบัติการ โดยทั้ง 2 กรณีสามารถดำเนินการสอบสวนโรคได้ชัดเจน ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพื่อกักตัว 14 วันและตรวจหาเชื้อได้ตามระบบที่วางไว้
นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับการผลการฉีดวัคซีนโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 17 มี.ค.2564 รวม 58,024 โดส ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายจังหวัดฉีดกลุ่มเป้าหมายครบกำหนดแล้ว เหลือสมุทรสาครและกรุงเทพมหานครที่กำลังเร่งดำเนินการฉีดเพื่อไม่ให้มีความทับซ้อนในการบริหารจัดการนัดมารับวัคซีนเข็มที่ 2 ที่จะเริ่มทยอยฉีดในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่วัคซีนมีปริมาณจำกัดจึงฉีดในกลุ่มเสี่ยงเป้าหมาย คือ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ประชาชนที่มีโรคประจำตัว และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยวัคซีนซิโนแวคฉีดในผู้ที่มีอายุ 18-60 ปีตามข้อมูลการวิจัย และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าฉีดในกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี เนื่องจากยังมีจำนวนจำกัด แต่เมื่อมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจำนวนมากขึ้น คือ 26 ล้านโดสที่จะทยอยส่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก็จะนำมาฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ได้เป็นการฉีดในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น